จีน : ข้อมูลทั่วไป | ระบบการศึกษา | การขอวีซ่า

ระบบการศึกษาของจีน

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อการศึกษาอย่างมากเหนือกว่าการ พัฒนาสาขาใด ๆ

รัฐบาลจีนได้กำหนดนโยบาย "การพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ และการศึกษา" นอกจากนั้น ยังมุ่งที่จะปฏิรูประบบการศึกษาในแนวลึก โดยการจัดการศึกษาแบบให้เปล่าถึง 9 ปี รัฐบาลจีนได้สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐในทุกระดับ เพิ่มการลงทุนทางด้านการศึกษา และส่งเสริมให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การศึกษาในทุกช่องทางและทุกวิถีทาง

การศึกษาของจีนยึดมั่นในหลักการ " การพัฒนาสู่ความทันสมัยเปิดสู่โลกและอนาคต" และยังใช้หลักการดังกล่าวนำไปสู่การปฏิรูป และการสร้างการศึกษาให้ก้าวหน้าต่อไป

การศึกษาของจีนมีกระทรวงศึกษาธิการ ( Ministry of Education - MOE ) กำกับดูแล และคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ( State Education Commission - SEC ) เป็นผู้วางแผนการศึกษาตามนโยบายรัฐ และควบคุมคุณภาพการศึกษา

ข้อแนะนำในการเลือกสถานศึกษา

บทความนี้เป็นแนวทางพอสังเขปสำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศจีน เพื่อใช้เป็นข้อพิจารณาหรือหลักเกณฑ์เบื้องต้น สำหรับการเลือกสถานศึกษา ก่อนทำการตัดสินใจ

ในที่นี้จะขอกล่าวเน้นเฉพาะการเลือกเรียนในหลักสูตรภาษาจีนทั้งระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยสามารถแจกแจงได้ ดังนี้

  • กำหนดช่วงเวลาที่สนใจ และ ระยะเวลา เช่น 1 เทอม หรือ 2 ปี เป็นต้น และ ควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ของตัวเราเอง เช่น มีเป้าหมายจะเรียนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านใด หรือ เพื่อจะฝึกฝนเน้นเฉพาะทางด้านใด และ จำเป็นต้องเรียนให้มีความรู้ความสามารถระดับไหนจึงจะเพียงพอ ทั้งนี้ก็เพื่อนำมาใช้เป็นตัวกำหนดว่าเราควรจะใช้ระยะเวลาเรียนนานเท่าใด
  • งบประมาณ โดยเปรียบเทียบในเรื่องของค่าใช้จ่ายหลักๆ เช่น ค่าเล่าเรียน และ ค่าที่พักของแต่ละสถาบัน รวมถึงค่าครองชีพของเมืองนั้น ๆ
  • สอบถามและค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ของสถาบันที่สนใจ ใ ห้มากที่สุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งใน และ ต่างประเทศ ความถนัดเฉพาะในสาขาวิชาของสถาบันนั้น ๆ รวมถึงระยะเวลาในการก่อตั้ง ประสบการณ์การสอน และ ผลงานความสำเร็จในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งหาโอกาสสอบถามพูดคุยกับผู้ที่เคยศึกษามาก่อนจากสถาบันนั้น จะเป็นการดียิ่ง
  • ปัจจัยแวดล้อมอื่น เช่น สภาพเมือง สภาพอากาศ ที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ความสะดวกในการเดินทาง เช่น หากร่างกายไม่ชินกับสภาพอากาศหนาวอย่างทางเหนือก็ควรเลือกเรียน ในเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ซึ่งมีอากาศอบอุ่นกว่า และมีรสชาติและความหลากหลายของอาหารที่อุดมสมบูรณ์มากกว่าเมืองทางฝั่งเหนือ
  • สำหรับการเลือกเรียนภาษาสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาเพิ่มเติม อาทิเช่น
  • การแบ่งระดับชั้นเรียน ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ( โดยทั่วไปสถาบันที่มีการแบ่งซอย ระดับชั้นเรียนมาก มีโอกาสที่จะได้เรียนในระดับชั้นที่เหมาะสมกับระดับ ความสามารถของตัวเองมาก)
  • จำนวนนักเรียนต่างชาติทั้งหมด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับปัจจัยในข้อที่แล้วซึ่งไม่ควรมีมากหรือน้อยเกินไป นอกจากนั้นจำนวนของนักเรียนไทยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณา เพราะจะมีผลโดยตรงต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนภาษาเช่นกัน
  • จำนวนนักเรียนต่อห้อง ( ซึ่งหากมีจำนวนน้อยก็ยิ่งมีโอกาสในการฝึกฝนและซักถามได้มาก)
  • บรรยากาศในการเรียน และ อื่น ๆ เช่น สภาพหอพัก ร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงสาธารณูปโภค และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ วิธีที่ดีที่สุดคือการเดินทางไปสำรวจด้วยตัวเอง หรือ สอบถามจากผู้รู้ หรือ ตัวแทนที่สามารถให้ข้อมูลได้

การสอบ HSK คืออะไร

การสอบ HSK หรือ Hanyu Shuiping Kaoshi คือ การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนมาตรฐานที่จัดขึ้น สำหรับ ชาวต่างชาติ ชาวจีนโพ้นทะเล รวมถึง ชนกลุ่มน้อยในประเทศจีน ซึ่งการสอบ HSK ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์คล้ายกับการสอบ TOEFL ในภาษาอังกฤษ

HSK เริ่มใช้ภายในประเทศจีนเมื่อปี พ.ศ. 1985 ถึงปัจจุบัน HSK เริ่มมีการสอบที่ต่างประเทศ ประเทศแรกที่มีการสอบ ได้แก่ สิงคโปร์ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือน มิถุนายน ปี ค.ศ. 1991 ต่อมา ออสเตรเลียและญี่ปุ่น หลังจากนั้นแคนาดา เกาหลีใต้ ฮ่องกง อเมริกา เยอรมัน อิตาลี่ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ก็เริ่มมีการสอบ HSK อย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมการสอบ HSK กันอย่างมากมาย และเป็นการกระตุ้น การเรียนการสอนภาษาจีน เป็นอันมากทีเดียว HSK ค่อยๆ ได้รับการยกย่องว่า เป็นการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ที่ได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือมากที่สุด

มีการจัดขึ้นเป็นประจำปีละ ตั้งแต่ 1 ถึง 3 ครั้ง ตามแต่ประเภทของการสอบ และสนามสอบ ซึ่งมีการจัดเป็นประจำ ทั้งสนามสอบในประเทศและต่างประเทศ เพื่อความสะดวกต่อชาวต่างชาติ นอกจากนั้น เมื่อสอบแล้ว ผู้เข้าสอบจะได้รับใบรับรองแสดงผลการสอบ
สำหรับประเภทการสอบแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้  

  • การสอบระดับพื้นฐาน
    • เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีชั่วโมงการเรียนภาษาจีน ประมาณ 100 - 800 ชั่วโมง หรือ เทียบเท่าโดยทั่วไปมีการจัดสอบปีละ 2 ครั้ง (ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม / ทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนธันวาคม ของทุกปี) ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ การฟัง (50 ข้อ, 35 นาที) ไวยากรณ์ (40 ข้อ, 40 นาที) และการอ่าน (50 ข้อ, 60 นาที)
    • การแบ่งผลการประเมินออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ 1, 2 และ 3 โดยระดับ 3 เป็นระดับสูงสุดของการสอบประเภทนี้
  • การสอบระดับ ต้น - กลาง
    • เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีชั่วโมงการเรียนภาษาจีน ประมาณ 400 – 2,000 ชั่วโมง หรือ เทียบเท่าเป็นประเภทการสอบที่มีผู้สอบมากที่สุดโดยทั่วไปในเมืองจีนมีการจัดสอบปีละ 3 ครั้ง (ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม / ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม / ทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของดือนธันวาคม ของทุกปี)ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ การฟัง (50 ข้อ , 35 นาที) ไวยากรณ์ (30 ข้อ , 20 นาที) การอ่าน (50 ข้อ, 60 นาที) และภาครวม (40 ข้อ แบ่งเป็น ปรนัย 24 ข้อ และ อัตนัย 16 ข้อ , 30 นาที)
    • มีการแบ่งผลการประเมินออกเป็น 6 ระดับ ด้วยกัน คือ ตั้งแต่ระดับที่ 3 ถึง 8 โดยระดับ 8 เป็นระดับที่สูงที่สุด
  • การสอบระดับสูง
    • เหมาะสำหรับ ผู้มีชั่วโมงการเรียนภาษาจีนประมาณ 3,000 ชั่วโมงขึ้นไป หรือ เทียบเท่าโดยทั่วไปในเมืองจีน มีการจัดสอบปีละ 1 ครั้ง ( เฉพาะที่มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง ทุกวันอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน พฤษภาคม และทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม สำหรับของเมืองอื่น ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ กวางเจา ชิงเต่า ซีอัน เป็นต้น) ในแต่ละสนามสอบมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าสอบในแต่ละครั้งข้อสอบแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ การฟัง (40 ข้อ, 25 นาที) การอ่าน (40 ข้อ, 40 นาที) ภาครวม (40 ข้อ, 40 นาที) การเขียน (400 – 600 ตัวอักษร, 30 นาที) การพูด (โดยต้องพูด 2 หัวข้อที่กำหนด, 20 นาที แบ่งเป็น เตรียมตัว 10 นาที และ พูดอัดเสียงใส่เทป อีก 10 นาที)
    • โดยแบ่งการประเมินผลออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับที่ 9 ถึง 11 โดยระดับ 11 เป็นระดับสูงสุด
  • สำหรับเด็ก
    • เพื่อวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาสื่อสารของผู้สอบ
    • เพื่อวัดมาตรฐานการสอนภาษาจีนของสถานศึกษา
    • เพื่อใช้ศึกษาต่อในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

กลุ่มเป้าหมาย
เด็กที่เรียนภาษาจีนอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยแบ่งการสอบเป็น 3 ระดับ

    • ระดับที่ 1 เหมาะสำหรับเด็กที่เรียนภาษาจีนมาแล้วอย่างน้อย 150 ชั่วโมง
    • ระดับที่ 2 เหมาะสำหรับเด็กที่เรียนภาษาจีนมาแล้วอย่างน้อย 250 ชั่วโมง
    • ระดับที่ 3 เหมาะสำหรับเด็กที่เรียนภาษาจีนมาแล้วอย่างน้อย 400 ชั่วโมง

  • การสอบวัดความรู้ สาขาการท่องเที่ยว
    • กลุ่มเป้าหมาย บุคคลที่ทำงานด้านการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์ หรือผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ต้องใช้ภาษาจีน หรือบุคคลที่สนใจด้านการท่องเที่ยว และสนใจจะวัดระดับความรู้ของตัวเอง คุณสมบัติของผู้สมัครสอบต้องเคยเรียนภาษาจีนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ชั่วโมง หรือ เคยสอบวัดระดับความรู้ HSK ได้ขั้น 3
    • ประโยชน์ของการสอบ HSK สาขาการท่องเที่ยว เพื่อองค์กรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวใช้ประโยชน์ ในการวัดระดับความรู้ภาษาจีนของพนักงานและรับผู้สมัครเข้าทำงาน เพื่อวัดความรู้ของตนเองสำหรับบุคคลทั่วไป และเพื่อวัดระดับความรู้นักเรียนที่สมัครเข้าเรียนในสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นต้น
    • การสอบ HSK สาขาการท่องเที่ยวประกอบด้วย การสอบ ฟัง พูด อ่าน เขียน ทั้งสี่ทักษะ รวมโจทย์ 99 ข้อ ใช้เวลาในการสอบ 150 นาที คะแนนเต็มแต่ละทักษะ 100 คะแนน รวม 400 คะแนน
    • การวัดผลแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ผู้สอบจะได้รับคะแนนสอบและการจัดแบ่งระดับตามที่กำหนด

การออกใบรับรองความรู้ภาษาจีน HSK
ผู้ที่ผ่านการสอบจะได้รับ ใบรับรองความรู้ภาษาจีนตามลำดับขั้น ที่สามารถทำคะแนนได้ โดยใบรับรองความรู้ภาษาจีน จะออกจากคณะกรรมาธิการสอบ วัดระดับความรู้ภาษาจีน HSK แห่งชาติ ณ นครปักกิ่ง เพื่อให้ผู้สมัครสอบเข้าใจ และคุ้นเคยกับวิธีสอบ HSK สำนักงานปฏิบัติงาน HSK แห่งประเทศไทย จึงจัดให้มีชั้นอบรม โดยอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่ออบรมเตรียมการสอบ HSK ให้ผู้เข้าสมัครสอบเกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น จะได้ไม่ตื่นเต้นจนเกินไปในเวลาสอบจริง

ศูนย์สอบในประเทศไทย

  • โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ แผนกภาษาจีน มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง
    ติดต่อคุณคมกฤช หรือ คุณวิภาวัลย์
    โทร. 0-2675-5075 ต่อ 139
    เว็ปไซด์ : www.blcubangkok.com
  • ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วิทยสถานแห่งวัฒนธรรมตะวันออก ( OCA)
    เลขที่ 64/28 ถ.รองเมืองซอย1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
    โทร 0-2216-2826-8
    เว็ปไซด์ : www.OCAnihao.com
  • วิทยาลัยโยนก
    ถ.เด่นชัย-ลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง 52000
    โทร 0-54 26-5170 ต่อ 144







Australia
new!
Study tour to Brisbane


Newzealand new!
Study tour to Christchurch


England new!
Study tour to Eastbourne
England


Canada
new!
Study tour to Toronto


Singapore new!
Education Tour to Singapore


China new!
Study tour to Xiamen